บั้งไฟพญานาค เปิดตำนานมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง

บั้งไฟพญานาค

บั้งไฟพญานาค คืออะไร บั้งไฟพญานาค หรือชื่อที่เรียกกันในก่อนปี พ.ศ. 2529 ว่า บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกลางแม่น้ำโขง เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ เห็นได้จากทั้งฝั่งไทยและลาว ลักษณะเป็นลูกกลมเรืองแสงลอยขึ้นจากน้ำขึ้นไปในอากาศ ที่จะเกิดขึ้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี บั้งไฟพญานาคเกิดช่วง วันออกพรรษา ของแต่ละปี อีกทั้งบั้งไฟพญานาคยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้แน่ชัด แต่มีคำอธิบายสามแนวทาง คือ เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติตามตำนาน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเป็นการกระทำของมนุษย์ ซึ่งจะมีลูกไฟประหลาดที่ผุดขึ้นจากน้ำขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว โดยปรากฎการณ์นี้ เรียกันว่า ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค

ลักษณ์ะของบั้งไฟพญานาค

การเกิดบั้งไฟพญานาค บั้งไฟจะเอนเข้าหาฝั่ง หากขึ้นกลางแม่น้ำโขง แต่หากขึ้นริมฝั่ง บั้งไฟจะเอนออกไปกลางโขง ลักษณะเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ ไปจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม ไม่มีควัน ไม่มีเขม่า ไม่มีเปลว ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น บั้งไฟพญานาคจะผุดออกจากผิวน้ำตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร พุ่งสูงขึ้นไปประมาณระดับ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที แล้วจะดับหายวับไปในอากาศ ทั้งที่ดวงไฟยังโตอยู่ มิได้หรี่เล็กลงแล้วค่อย ๆ ดับ และไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ

พญานาค คืออะไร

นาค หรือ พญานาค เป็นความเชื่อในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเรียกชื่อต่าง ๆ กัน แต่มีลักษณะร่วมกัน คือ เป็นงูขนาดใหญ่มีหงอน เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ ของบันไดสู่จักรวาลอีกด้วย

ลักษณะของพญานาคตามความเชื่อ ในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้นมีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่ มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสี แตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี 7 สี เหมือนสีของรุ้ง และที่สำคัญคือนาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้น จะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร

ตำนานความเป็นมาของ พญานาค

เรื่องของพญานาคในทางพุทธศาสนา ได้กล่าวไว้ว่า เดิมทีพญานาคที่อาศัยอยู่ในเมืองบาดาลนั้นมีนิสัยดุร้าย แต่พอพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ ก็เกิดความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เลิกนิสัยดุร้าย และคิดจะหันมาออกบวช แต่ก็ติดที่เป็นสัตว์ไม่สามารถบวชได้ เนื่องจากเป็นสัตว์ พญานาคจึงปวารณาตนเป็นพุทธมามกะ

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรด พระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษา (3 เดือน) และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 ด้วยบันไดแก้ว บันไดเงินและบันไดทอง ที่เหล่าเทวดาทำถวาย ส่วนมนุษย์โลกก็จะทำบุญตักบาตร นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้บูชา บั้งไฟพญานาค ความนี้เมื่อรู้ถึงพญานาคที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้จัดทำ “บั้งไฟพญานาค” และจุดเฉลิมฉลองเช่นกัน และได้กลายมาเป็นประเพณี บั้งไฟพญานาค มาจนทุกวันนี้

บั้งไฟพญานาค

ตำนานเรื่องท้าวผาแดงนางไอ่

นางไอ่เป็นธิดาพระยาขอม ผู้ครองเมืองชะธีตา นางไอ่เป็นสตรี ที่มีสิริโฉมงดงาม เป็นที่เลื่องลือไปในนครต่าง ๆ ทั้งโลกมนุษย์และบาดาล มีชายหนุ่มหมายปองจะได้ อภิเษกกับนางมากมาย ในจำนวนผู้ที่ มาหลงรักนางไอ่ มีท้าวผาแดงและท้าวพังคี

โอรส สุทโธนาค เจ้าผู้ครองนครบาดาล ท้าวทั้งสองต่างเคย มีความผูกพันกับนางไอ่มา แต่อดีตชาติ จึงต่างช่วงชิง จะได้เคียงคู่กับนาง แต่ก็พลาดหวัง จึงมิได้อภิเษกทั้งคู่ เพราะแข่งขันบั้งไฟแพ้ ท้าวพังคีนาคไม่ยอมลดละ แปลงกายเป็นกระรอกเผือก คอยติดตามนางไอ่ สุดท้ายถูกฆ่าตาย พญานาคผู้เป็นพ่อ จึงขึ้นมาถล่มเมืองล่มไป กลายเป็นหนองน้ำใหญ่ คือ หนองหาน  หนองหานในตำนาน ท้าวผาแดงนางไอ่ ที่เป็นที่ถกเถียงกันว่า… ที่ไหนกันแน่ !!

มีอยู่ถึง 3 ที่ ได้แก่ หนองหาน ที่ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี และหนองหานอำเภอกุมภวาปี ซึ่งก็ไม่ไกลจากที่แรกมากนัก และอีกที่หนึ่งก็คือหนองหาร จังหวัดสกลนคร ในตำนานบอกว่ามาสิ้นสุดที่ หนองน้ำ3 เเห่ง

บั้งไฟพญานาค ตำนานเรื่อง พญาคันคากกับพญาแถน

ตามตำนานพญาแถน เทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ ผู้ดลบันดาลให้ฝนตก เกิดไม่พอใจชาวโลก จึงบันดาล ให้ฝนไม่ตกเลย ตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ชาวเมืองทนไม่ไหว จึงคิดทำสงครามกับพญาแถน แต่สู้พญาแถนกับ กองทัพเทวดาไม่ได้ ถูกไล่ล่าหนีมาถึงต้นไม้ใหญ่ ที่พระโพธิสัตว์ เสวยชาติเป็นพญาคันคาก (คางคก) อาศัยอยู่ และพญาคันคากตกลงใจ เป็นจอมทัพของชาวโลกต่อสู้กับพญาแถน พญาคันคาก ให้พญาปลวกก่อจอมปลวกขึ้นไป จนถึงสวรรค์ ให้พญามอดไม้ไปทำลายด้ามอาวุธ ของทหารและอาวุธพญาแถน และให้พญาผึ้ง ต่อ แตน ไปต่อยทหาร และพญาแถนฝ่ายเทวดาพ่ายแพ้ พญาแถน

จึงให้คำมั่นว่า หากมนุษย์ยิงบั้งไฟขึ้นไปเตือน เมื่อไรจะรีบบันดาลให้ฝนตกลงมาให้ทันที และถ้ากบเขียดร้อง ก็ถือเป็นสัญญาณว่า ฝนได้ตกลงถึงพื้นแล้ว และเมื่อใดที่ชาวเมืองเล่นว่าวก็เป็นสัญญาณ แห่งการหมดสิ้นฤดูฝน

บั้งไฟพญานาคปีนี้ ที่นักเสี่ยงโชคไม่พลาดจดเลขเด็ด งวด 1 พ.ย. 64

จังหวัดหนองคายเผยตัวเลขจำนวนบั้งไฟพญานาค” ช่วงเทศกาลออกพรรษาปีนี้ ขณะที่คอหวยไม่พลาดจดเพื่อนำไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.นี้

จังหวัดหนองคายเผยตัวเลขจำนวน “บั้งไฟพญานาค” ช่วงเทศกาลออกพรรษาปีนี้ ขณะที่คอหวยไม่พลาดจดเพื่อนำไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.นี้ เลขเด็ด

อำเภอรัตนวาปี

  • บ้านท่าม่วง 68 ลูก
  • บ้านตาลชุม 87 ลูก
  • บ้านเปงจานเหนือ 54 ลูก
  • บ้านหนองคอน (หนองน้ำหนองคอน) 68 ลูก
  • บ้านน้ำเป 10 ลูก
  • บ้านหนองแก้ว 112 ลูก

อำเภอโพนพิสัย

  • บ้านหนองกุ้งเหนือ 94 ลูก
  • บ้านหนองกุ้งใต้ 8 ลูก
  • อำเภอปากคาด
  • ลานพญานาค 27 ลูก

รวมทั้งสิ้น 528 ลูก

และแน่นอนว่า… บั้งไฟพญานาคเมื่อบรรดานักเสี่ยงโชคได้เห็นตัวเลข จำนวนบั้งไฟพญานาคทั้งยอดรวม และที่แยกแยะเป็นจุด ๆ ก็ทำให้หลายคนจดเอาไว้ เพื่อนำไปเสี่ยงโชค ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งงวดต่อไปที่จะถึงก็คือ งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นั่นเอง

 

อ่านต่อ>>หวยออกวันจันทร์

ดูอนิเมะออนไลน์

UFABET

บทความเพิ่มเติม