วัดดังศรีประจันต์ วัดเถรพลาย วัดที่นักท่องเที่ยว คู่รักวัยรุ่น คู่หนุ่มสาว และเยาวชน แห่เข้าวัดทำบุญ กราบไหว้ ขอพร

วัดดังศรีประจันต์

วัดดังศรีประจันต์ วัดเถรพลาย กราบไหว้ ขอพรหลวงพ่อสีชมพู พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ด้านความรัก ความสามัคคีและโชคลาภ เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานคือ เจดีย์ยุคโบราณก่อด้วยอิฐ ยอดเจดีย์เป็นเนื้อสำริดเก่าแก่ มีลักษณะดอกบัวหงาย 7 ชั้น

สันนิษฐานตั้งชื่อวัดตามประวัติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีที่ดอนเจดีย์ แล้วขุนศึกผู้ใหญ่แวะพักรบเพื่อให้ทหารและช้างพลายได้พัก ก่อนที่จะเดินทางไปบ้านหนองสาหร่าย จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อวัดเถรพลาย ซึ่งมีความหมายว่า ช้างของขุนศึกผู้ใหญ่ ก่อนที่จะเดินทางออกรบเพื่อกระทำยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้สร้าง “พระขุนแผน” ขึ้น เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหาร และส่วนหนึ่งนำบรรจุกรุไว้ที่เจดีย์แห่งนี้

โดยพระครู พิสุทธิรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ได้พาชมวัดเถรพลายแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ยุคโบราณ ที่ทุกปีชาวบ้านจะมาห่มผ้าแปดสี ที่เจดีย์ ในช่วงก่อนเข้าพรรษา กันก่อนจะมากราบหลวงพ่อดำ ที่อยู่ในวิหาร เป็นพระพุทธรูป ที่กว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูป ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงสร้างไว้มีอายุกว่า 300 ปี ที่สร้างมาพร้อมกับเจดีย์ จากนั้นมาที่ศาลาไทย มากราบ หลวงพ่อสีชมพู พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด วัดดังศรีประจันต์

สำหรับหลวงพ่อสีชมพู เป็นพระพุทธรูปสมเด็จพระพุทธพรหมโลกานันไตศวรรย์ ปฐมบรมศาสดา ปรางสมาธิ สีชมพูประดับพลอย ที่มีกลุ่มพรหมโลก สร้างถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ พ่อของแผ่นดิน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2555 เชื่อว่าถ้ามาขอพรหลวงพ่อสีชมพูจะสมหวังดังปรารถนา ก่อนจะมาเข้ามากราบไหว้หลวงพ่อโต ที่มีอายุ300ปี ที่ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ จัตุรมุข

โดยรอบของอุโบสถจัตุรมุข จะพบยักษ์ขนาดใหญ่สูงกว่า 4 เมตรของประเทศต่างๆ รวม 8 ประเทศ ตั้งไว้ทุกประตูของอุโบสถ ประตูละ 2 ตน รวม 8 ตน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เรื่องยักษ์ของแต่ละประเทศ ก่อนกลับแวะให้อาหารปลาริมแม่น้ำท่าจีน หลังวัดเถรพลายแห่งนี้ วัดดังศรีประจันต์

หลวงพ่อสีชมพู พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันงดงาม ประทานความรัก ความเมตตา และความสำเร็จ ต่อมวลมนุษย์ ที่มีความเคารพและศรัทธา……ภาพนี้ขึ้นหน้าเฟสผู้ใด แล้วกดแชร์ส่งต่อ ขอบารมีและเทพเทวาที่ปกปักรักษาหลวงพ่อสีชมพู ประทานพรให้หมดหนี้หมดสิน ประสบพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ โชคลาภก้อนโต โดยเร็วพลัน

วัดอื่นๆในเมืองสุพรรณที่คนนิยม ไปทำบุญ ไหว้พระขอพรกันเถอะ

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (ห่างจากปากซอย 300 เมตร)

เริ่มต้นพลังบุญกันที่วัดแรกซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของสุพรรณบุรีมากว่า 600 ปี จุดเด่นของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุคือเจดีย์ประธานของวัด ศิลปกรรมตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมจำนวน 2 องค์ และซากเจดีย์อีก 2 องค์ที่ยังคงบูรณะไว้เพื่อรักษาร่องรอยประวัติศาสตร์

นอกจากสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันโดดเด่นแล้ว วัดนี้ยังมีสิ่งที่หลายคนรู้จักอย่าง ‘พระผงสุพรรณ’ ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าถูกขุดค้นพบที่นี่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน พระผงสุพรรณเป็นพระเครื่องสกุลสูงที่ถือว่าเป็นพระชั้นกษัตริย์ ปัจจุบันกลายเป็นพระที่โด่งดังจนเซียนพระหลายคนอยากมีไว้ในครอบครอง พระพุทธรูปที่อยู่บริเวณโบสถ์ของวัดก็สร้างขึ้นโดยอิงการออกแบบให้เหมือน พระผงสุพรรณ เช่นกัน

2.วัดแค (ห่างจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ 1 กิโลเมตร)

ถ้าเทียบจากทั้ง 9 วัด วัดแคดูจะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากที่สุด นอกจากองค์ประกอบที่เอาใจสายบุญอย่างพระพุทธรูปในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น วัดแคยังสร้างกุศโลบายหลายๆ อย่างให้คนที่มาทำบุญได้มีส่วนร่วม สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสะดุดตามากจนอดตั้งคำถามไม่ได้คือรูปปั้นหลวงปู่คงนั่งพญาต่อ

พอเราลองสอบถามจากคนแถวนั้นก็ได้ความว่าสาเหตุที่ต้องเป็นนางพญาต่อนั้นสอดคล้องกับวรรณคดีของไทยเรื่องขุนช้างขุนแผนที่มีการกล่าวถึงวัดแค ตามเรื่องราวนั้น ขุนแผนได้เสกใบมะขามจากต้นมะขามบริเวณวัดนี้ให้เป็นตัวต่อเพื่อโจมตีข้าศึก ตัวต่อจึงกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัดนี้ไปโดยปริยาย และปัจจุบันวัดแคก็มีต้นมะขามยักษ์และคุ้มขุนแผนที่ทางจังหวัดได้สร้างไว้เพื่อให้เกียรติวรรณคดีเรื่องนี้อีกด้วย

3.วัดสารภี (ห่างจากวัดแค 700 เมตร)

พลังบุญที่ทำให้วัดสารภีโดดเด่นออกมาจากทั้ง 9 วัดมี 2 อย่างคือ หนึ่ง พระพุทธมุนีศรีมงคลหรือหลวงพ่อใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปี และรูปปั้นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณที่ปั้นจากปูนขาว

มีการบันทึกไว้ว่าภายในรูปปั้นช้างนี้บรรจุตำรายาโบราณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวัตถุมงคลมากมายของเจ้าอาวาสเมื่อครั้งอดีต สิ่งนี้เองที่สร้างความเชื่อและอภินิหารว่าใครก็ตามที่มาลอดท้องช้างเอราวัณนี้ บางคนที่ป่วยไข้ก็จะหายจากโรค รวมถึงกุศโลบายการผูกผ้าสามสีบนตัวช้าง เชื่อว่าถ้าผูกผ้าสามสีที่งวงจะทำให้สมหวังด้านลาภยศ ผูกผ้าสามสีที่ขาจะทำให้สมหวังด้านธุรกิจ และผูกผ้าสามสีที่หางจะทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

4.วัดพระลอย (ห่างจากวัดสารภี 1.3 กิโลเมตร)

มีความเชื่อกันว่าสาเหตุที่ตั้งชื่อว่าวัดพระลอยเกิดจากองค์พระพุทธรูปลอยตามน้ำมาติดที่ท่าน้ำวัด ชาวบ้านจึงอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ ชื่อวัดนี้ทำให้สายบุญหลายคนที่เข้ามากราบไหว้เชื่อว่าจะสามารถลอยเคราะห์ลอยโศกออกไปจากชีวิตได้

นอกจากในแง่ของการทำบุญ วัดนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวที่ทางวัดสร้างขึ้นมา ไฮไลต์คือตลาดร่มไม้ชายน้ำที่มีการแสดงพื้นบ้านอย่างเพลงอีแซวให้เราดูหลังจากทำบุญอีกต่างหาก

5.วัดหน่อพุทธางกูร (ห่างจากวัดพระลอย 550 เมตร)

แอร์บนรถยังไม่ทันเย็น เราก็เกินครึ่งทางจนมาถึงวัดที่ห้ากันแล้ว วัดหน่อพุทธางกูรเดิมมีชื่อว่าวัดมะขามหน่อ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จุดที่ทำให้เราทึ่งในวัดนี้คือพระพุทธรูปที่อยู่ในท่าทางไม่คุ้นตา และพระพุทธรูปที่ทำมาจากไม้จักสาน (อ่านไม่ผิด งานศิลปะนี้เกิดจากการเอาไม้มาจักสานทีละเส้นจนเกิดเป็นโครงพระพุทธรูปขึ้นมา) นอกจากนี้ในอุโบสถของวัดยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 200 ปีแต่ยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์มากอีกด้วย

6.วัดพระนอน (ห่างจากวัดหน่อพุทธางกูร 1 กิโลเมตร)

วัดพระนอนคือสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen in Thailand เหตุผลที่หลายคนต่างแวะเวียนมาทำบุญที่วัดนี้คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากพระพุทธรูปที่อยู่ในท่านอนหงายขนาดยาวประมาณ 2 เมตร พระพุทธรูปในลักษณะท่าทางนี้มีเพียงหนึ่งเดียวในไทย และมีเพียงแค่ 2 ที่ทั่วโลก (อีกที่หนึ่งคือพระนอนที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย)

อีกหนึ่งจุดเด่นของวัดพระนอนคือโป๊ะให้อาหารปลา ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่รับสั่งให้มีการอนุรักษ์พันธ์ุปลา วัดพระนอนถูกจัดอยู่ในหนึ่งในอุทยานมัจฉาแห่งชาติที่มีปลาหลายชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน และปลาแรด

7.วัดพิหารแดง (ห่างจากวัดพระนอน 850 เมตร)

ถ้าเทียบกับทั้ง 9 วัดในเส้นทางมงคลนี้ วัดพิหารแดงอาจไม่ได้มีจุดเด่นดึงดูดคนให้เข้ามาสักการบูชา แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือความร่มรื่นและบรรยากาศชวนพักผ่อน

จากคำบอกเล่าของอาสาสมัครในวัดบอกเราว่าภายในโบสถ์มีพระพุทธทศพลญาณมหามุนีที่มีอายุกว่า 700 ปีประดิษฐานอยู่ เกร็ดความรู้อีกอย่างหนึ่งคือเดิมทีวัดนี้เกิดขึ้นมาจากพระราชดำริของพระเพทราชาที่โปรดให้บูรณะวัดโดยใช้สีแดงเป็นหลัก ชาวบ้านในสมัยนั้นจึงเรียกที่นี่ว่าวัดวิหารแดงและเพี้ยนมาจนเป็นวัดพิหารแดงในปัจจุบัน

8.วัดชีสุขเกษม (ห่างจากวัดพิหารแดง 950 เมตร)

สิ่งหนึ่งที่ดึงให้เราแวะเข้ามาในวัดนี้คือความอยากที่จะเห็นพระพุทธรูปที่มีอายุเก่าแก่มากกว่าพันปี พระพุทธรูปเก่าแก่ ที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ของวัดชีสุขเกษมนี้ถูกบันทึกไว้ว่าถูกขุดค้นพบบริเวณวัดนี้เอง ในตอนนั้นมีการขุดค้นพบพระพุทธรูปจำนวน 3 องค์ 2 องค์ถูกนำไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง และอีกองค์ยังคงอยู่ที่นี่ อีกเกร็ดที่เราสังเกตได้คือยอดเกศของพระพุทธรูปที่หัก ชาวบ้านบอกเราว่ารอยหักนี้เพิ่งเกิดขึ้นตอนที่ขุดค้นพบเพราะรถขุดได้ขุดไปโดนส่วนพระเกศพอดี แต่การสังเกตเห็นส่วนหักในตอนนั้นก็นำมาซึ่งการขุดค้นพบพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์อย่างที่กล่าวไป

9.วัดสว่างอารมณ์ (ห่างจากวัดชีสุขเกษม 750 เมตร)

และแล้วก็มาถึงวัดสุดท้ายในเส้นทางสายบุญ 4.0 วัดนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปจากบารมีของหลวงพ่อหลี อดีตเจ้าอาวาสของวัด ปัจจุบันยังคงมีรูปปั้นจำลองของหลวงพ่อให้กราบไหว้ ในแต่ละปีจะมีประชาชนและลูกศิษย์ของหลวงพ่อมาสักการะไม่ขาดสาย

เหลือบมองดูนาฬิกา ถ้านับจากวินาทีแรกที่เราเลี้ยวเข้าถนนสมภารคงจนถึงตอนนี้ที่วัดสว่างอารมณ์ เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง ภายในเวลา 90 นาทีนี้เราได้ลงไปสักการะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทุกวัดและเก็บแต้มบุญมาประดับจิตใจ ถือเป็นการไหว้พระ 9 วัดที่เร็วที่สุดในชีวิตเลยล่ะ

สำหรับใครที่อยากทำบุญแต่มีเวลาน้อย ถนนสมภารคงตอบโจทย์ทุกคนได้แน่นอน นอกจากวัดแล้ว ถนนนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เราแวะพักได้ตลอดทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสายบุญทุกคนจากทั่วสารทิศ ถ้าเสาร์-อาทิตย์นี้ยังไม่รู้จะไปไหน เราขอเชิญชวนทุกคนมาเก็บแต้มบุญด้วยกันที่ถนนสมภารคง จังหวัดสุพรรณบุรีนะ

วัดดังศรีประจันต์ ขอโชคลาภก็สมหวัง

ใครไปเที่ยวสุพรรณบุรี อย่าลืมแวะวัดเถรพลาย หลวงพ่อสีชมพูพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันงดงาม ที่ประทานความรัก ความเมตตา และความสำเร็จ ต่อมวลมนุษย์ ที่มีความเคารพและศรัทธา ที่ผ่านมา ได้สร้างความฮือฮาเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วเมื่อชาวบ้านที่ไปร่วมพิธีบวงสรวงเพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อสีชมพู ครบปีที่ 9 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากมีชาวบ้านได้รับโชคจากเลขหางประทัด 94 ที่จุดในงานฉลองครบรอบ 9 ปี หลวงพ่อสีชมพู นำไปหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้มีผู้ได้รับโชคอย่างมากมาย รวมถึงมีผู้ถูกรางวัลที่ 5 อีกด้วย ได้รับโชคลาภร่วมกับชาวบ้านในละแวกวัด อีกมากมาย เป็นที่ฮือฮา ถึงความศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อสีชมพู ที่ให้โชคกับชาวบ้านทุกปีที่มีการจัดงานวันเกิดในวันที่ 14 ก.พ.ของทุกปี วัดดังศรีประจันต์

 

การเดินทางไหว้หลวงพ่อสีชมพู

สำหรับการเดินทางมา วัดดังศรีประจันต์ วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ให้ใช้ถนนหมายเลข 340 สุพรรณ-ชัยนาท เมื่อขับถึงแยก อ.ศรีประจันต์ แล้วให้ตรงมาอีกประมาณ 2 กม. จะถึงวัดเถรพลาย อยู่ทางด้านซ้ายมือ หรือสอบถามข้อมูล วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี (ตรงข้ามทางเข้าบ้านควาย) 086-0446655 ก็ได้ค่ะ

เวลาทำการ วันอาทิตย์-เสาร์ : 08:00 – 17:00

 

อ่านต่อ>>>ขอหวยขุนช้าง

ดูบอล123

ทางเข้าufabet

บทความเพิ่มเติม