สงกรานต์รดน้ำ วันสงกรานต์คืออะไร ความหมายและมีความสำคัญอย่างไร

สงกรานต์รดน้ำ ประเพณีวันสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ จะเป็นวันที่ 13-14-15 เดือนเมษายนของทุกปี  ประชาชนจะจัดให้มีกิจกรรมที่ถือ ปฏิบัติเป็นกิจกรรมของชุมชนและสังคม ที่ทุกเพศ ทุกวัย และ ต่างฐานะสามารถสมัครสมานในงานเทศกาลนี้ แสดงออกด้วย ความพร้อมเพรียงในการตระเตรียมทำความสะอาดบ้านเรือน วัด ความพร้อมใจในการทำบุญให้ทาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อ บรรพบุรุษและบุพการี การสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การเล่นรื่นเริง เช่น การเล่นพื้นบ้าน พื้นเมืองต่าง ๆ และสิ่งที่เป็น การเล่น ซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ของเทศกาลนี้คือ การเล่นสาดน้ำ ของหนุ่มสาวและเด็กด้วยน้ำใจไมตรี

สภาพการณ์ดังกล่าวนี้นำ ไปสู่ความเกื้อกูลผูกพันด้วยสายใยของวัฒนธรรมที่เป็นมรดก เก่าแก่ของไทยเรา ประเพณีวันสงกรานต์ นับเป็นประเพณีที่มีคุณค่าต่อ ครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา กล่าวคือ

1. คุณค่าต่อครอบครัว ทำให้สมาชิกของครอบครัวได้มี โอกาสมาอยู่รวมกัน เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที เช่น ลูก-หลาน มารดน้ำขอพรจากบิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย และมอบของขวัญ ให้แก่ท่านเหล่านั้น รวมทั้งมีความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ ล่วงลับไปแล้วด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

2. คุณค่าต่อชุมชน ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ในชุมชน เช่น ร่วมกันทำบุญให้ทานพบปะสังสรรค์สนุกสนาน รื่นเริงร่วมกัน

3. คุณค่าต่อสังคม ทำให้มีความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการ ช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอาราม ที่สาธารณะ ตลอดจนอาคารสถานที่ของหน่วยงานต่าง ๆ

4. คุณค่าต่อศาสนา ช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนา คือ การทำบุญ ตักบาตร หรือเลี้ยงพระการปฏิบัติธรรมฟังเทศน์ การ สรงน้ำพระ

การทำบุญเพื่อให้ชีวิตเป็นสิริมงคล ในวันสงกรานต์

วันสงกรานต์ เป็นเทศกาลสำคัญของคนไทย คือ วันขึ้นปีใหม่ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต เพราะคนไทยโบราณยังมีความเชื่อที่ว่า “เริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในปีใหม่ ชีวิตก็จะราบรื่นมีความสุขไปตลอดปี” วันสงกรานต์เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ถือกันว่าเป็นระยะที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ตามปกติก็อยู่ในระหว่างวันที่ 10 ถึงวันที่ 18 เมษายน ของทุก ๆ ปี แต่เท่าที่ปฏิบัติมาแล้วการกำหนดวันสงกรานต์ ถือเอาวันที่ 13 เมษายน เป็นวันตั้งต้น ตามคติของพราหมณ์กล่าวว่า

“วันสงกรานต์ เป็นวันแห่เศียรท้าวกบิลพรหมของนางสงกรานต์ทั้ง 7 ซึ่งเป็นธิดาของทางกบิลพรหม ผู้แพ้การแก้ปัญหาต่อธรรมบาลกุมาร จนต้องถูกตัดเศียรของตนเป็นเครื่องบูชาธรรมบาลกุมาร การแห่เศียรนี้ต้องมีทุก ๆ ปี โดยธิดาทั้ง 7 ผลัดเปลี่ยนกันออกมาเป็นผู้ถือพานรองเศียรนั้น”

นอกจากตำนานเรื่องเล่าที่กล่าวไปแล้ว ในวันสงกรานต์ของทุกปี เราชาวไทยยังมีประเพณีที่เรียกว่ายืดถือและสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นคือ การทำบุญเสริมดวงในวันสงกรานต์ ดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมดวงชะตาชีวิตให้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ จึงต้องตระเตรียมงานกันเป็นการใหญ่ จนมีคนที่พูดกันติดปากว่า “ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่” สิ่งที่เตรียมกันนั้น จึงเป็นเรื่องที่จะต้องกระทำกันเป็นพิเศษตามลำดับ ดังนี้

เครื่องนุ่งห่มเพื่อใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด ตลอดจนเครื่องประดับตกแต่งร่างกายอย่างค่อนข้างจะพิถีพิถันเพื่อให้เข้ากับ เทศกาลสงกรานต์ ที่มีแต่รอยยิ้มและความสุข โดยจะเน้นสีสันสดใส ลวยลายความเป็นไทยหรือลายดอก

ของทำบุญ เมื่อใกล้จะถึงวันงานก็เตรียมของทำบุญเลี้ยงพระ และที่เป็นพิเศษของที่จะทำขนมพิเศษ 2 อย่างได้แก่ ข้าวเหนียวแดงในวันตรุษและขนมกวน หรือ กะละแมในวันสงกรานต์ นอกจากจะทำขึ้นเพื่อทำบุญแล้ว ยังแลกเปลี่ยนแจกกันในหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อแสดงอัธยาศัยไมตรีในวันสำคัญอย่างวันปีใหม่อีกด้วย

การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อาศัยตลอดจนบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้ดูเรียบร้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บูชาพระและที่เก็บอัฐิบรรพบุรุษ แม้เสื้อผ้าที่ใช้สอยก็ต้องซักฟอก ให้สะอาดหมดจดโดยถือว่า กำจัดสิ่งสกปรกให้สิ้นไปพร้อมกับปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ด้วยความบริสุทธ์ผุดผ่อง

สถานที่ทำบุญ วัดเป็นสถานที่ทำบุญสวดมนต์เลี้ยงพระ และทำต่อเนื่องกันหลายวัน นอกจากจะทำความสะอาดกุฏิที่อาศัยแล้ว ยังต้องทำความสะอาดหอสวดมนต์ โบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ ตลอดจนลานวัด เพราะต้องใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ได้แก่ การทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา สรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และงานรื่นเริงต่าง ๆ ด้วย

สงกรานต์รดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่และขอขมาพ่อ-แม่

สงกรานต์รดน้ำ

ขอขมา พ่อ-แม่ รดน้ำขอพร วันปีใหม่ไทย ประเพณีรดน้ำดำหัว รดน้ำขอพรวันสงกรานต์ รดน้ำขอขมา ขอโทษผู้ใหญ่และขอพรจากผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ พิธีล้างเท้าพ่อแม่ – ผู้มีพระคุณ ในวันสงกรานต์ การขอขมาต่อพ่อแม่เป็นเรื่องสำคัญ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ กระทำการขอขมาพ่อและแม่ตามธรรมเนียมโบราณ เป็นแสดงกตัญญุตาลาโทษต่อผู้มีพระคุณ ล้างอาถรรพ์เสริมมงคลชีวิต เพื่อปลดคลายวาระวิบากกรรม ที่บางคน บางท่าน กำลังเผชิญอกุศลวิบาก อันจะยังผลปลดบ่วงวาระสู่กุศลวิบาก ในการสร้างสมบำเพ็ญตนยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่ง ประเพณีรดน้ำดำหัว เป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องกันมายาวนานในปีใหม่ไทย พร้อมทั้งรับคำอวยพรเพื่อสิริมงคลของชีวิต และประเพณีนี้ยังทรงคุณค่ามาจนทุกวันนี้ คุณค่าที่ชาวไทยเราไม่ควรมองข้าม

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. พานธูปเทียนแพ หรือ พวงมาลัย 1 พวง
2. ซอง ใส่ปัจจัยให้พ่อแม่เท่าไหร่ก็ได้ เป็นการซื้อชีวิตใหม่จากบุพการี
3. ชุดใหม่ให้พ่อแม่ นิยมเป็นชุดนอน / อาหารที่ท่านโปรด
4. กะลังมังใบใหม่ใส่น้ำอุ่น น้ำลอยดอกมะลิ หรืออาจจะเป็นน้ำใส่น้ำอบให้หอม ๆ
5. ผ้าเช็ดมือ เช็ดเท้าผืนใหม่
6. ผ้าขาวดิบ
7. ถาดใส่ของ (วางทับด้วยผ้าขาวดิบ)

(หากไม่มี/ไม่สามารถเตรียมตามความพร้อมทั้งหลายเหล่านี้ได้ สามาถกระทำเพียงน้อมจิตตั้ง นโมฯ ทำการกล่าวคำสมาลาโทษได้เลย )

ขั้นตอนพิธี

1) น้อมจิต ตั้งนะโม 3 จบ ระลึกถึง พระคุณพระรัตนตรัย พระคุณพ่อ พระคุณแม่ แล้วกล่าวคำขอขมา ดังนี้

อนันตะ คุณะสัมปันนา ชะเนติ ชะนะกาอุโภมัยหัง
มาตาปิตุนัง วะปาเท วันทา มิ สาทะรัง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา หากลูกล่วงเกินคุณพ่อคุณแม่ ด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ลูกขอขมา ขออภัยจากคุณพ่อและคุณแม่ด้วย

ขอให้คุณพ่อและคุณแม่โปรด อโหสิกรรม แก่ลูกด้วยเถิด
นับจากวันนี้ไป ลูกสัญญาว่าจะไม่ประพฤติเช่นที่แล้วๆ มาอีก หากลูกกระทำสิ่งใดไม่ถูกไม่ควรหรือไม่ดีงาม
ขอคุณพ่อ คุณแม่ ได้โปรดว่ากล่าวตักเตือน และสั่งสอนลูกด้วยเถิด วันนี้เป็นวันดี วันมงคล
ลูกขอรับคำพรอันศักดิ์สิทธิ์ จากคุณพ่อคุณแม่เพื่อประโยชน์และความสุขความเจริญรุ่งเรื่องของลูก

ขอคุณพ่อคุณแม่ได้โปรดอวยพรให้ลูกด้วย ขอให้เป็นอภัยทาน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
ขอเศษกรรมเหล่านั้นอย่าได้ติดไปในภพเบื้องหน้า นับแต่บัดนี้ไปตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

หรือกล่าวตามนี้ ….
“กรรมใดที่ลูก (หรือกระผม / หนู) ได้กระทำล่วงเกินต่อพ่อและแม่
จะด้วยกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ทั้งต่อหน้า และ ลับหลัง ทั้งที่ได้ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
ทั้งในชาตินี้และทุกๆชาติที่ผ่านมา ลูก (หรือกระผม / หนู) ขอขมากรรม ขออโหสิกรรมจากพ่อและแม่
ขอให้พ่อและแม่ให้อโหสิกรรมแก่ลูก (หรือกระผม / หนู) ด้วยเถิด” (ไม่จำเป็นต้องตามนี้ทุกคำก็ได้)

กล่าวจบให้ยก ของที่จัดเตรียมนำไปขอขมาให้ แล้วพ่อและแม่จะต้องกล่าวคำว่า “ให้อโหสิกรรม”
กล่าวอโหสิกรรม พร้อมให้อวยพรในสิ่งที่ดีๆ ให้กับเรา เมื่อรับคำอวยพรแล้วกราบลงตรงเท้าของท่าน 5 ครั้ง
( 5 ครั้ง ในที่นี้ คือ น้อมรำลึกพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระคุณแม่ และพระคุณพ่อ นั้นเอง)

2) การล้างเท้า พ่อและแม่
2.1) เตรียมน้ำมนต์ที่ได้จากการทำน้ำมนต์ของพระสงฆ์แยกอีกถังหนึ่ง ไว้ต่างหาก
2.2) ล้างเท้าท่านให้สะอาดก่อน แล้วให้ท่านนั่งเอาเท้าวางลงในกะละมังใบใหญ่ๆ
เอาน้ำสะอาดราดรดเท้า ให้ท่วมหลังเท้าของท่าน โดยขอให้ท่านกล่าวคำอวยพรให้เรา
มีความสุข ความเจริญ รุ่งเรือง พ้นจากความทุกข์เสียที และเมื่อล้างเท้าพ่อและแม่เสร็จแล้ว
ให้ก้มกราบที่เท้าอีกท่านๆละ 5 ครั้ง

3) การอาบน้ำ ด้วยการนำน้ำที่ล้างเท้าพ่อและแม่
3.1) นำน้ำที่ได้ล้างเท้าของพ่อและแม่มาอาบก่อน ในบริเวณกลางแจ้ง ช่วงเวลาเช้าหรือเวลากลางวัน
ให้ราด ตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงเท้า และลงถึงพื้นดิน โดยเป็นการอาบให้ครบองค์ประกอบพร้อมประชุมธาตุทั้งสี่คือ
ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยที่เท้าเหยียบพื้นดิน ร่างกายสัมผัสสายน้ำ สายลม และ แสงแดด
3.2) เมื่ออาบน้ำที่ได้จากพ่อแม่เสร็จแล้ว ต่อจากนั้นให้ตามด้วย การอาบน้ำมนต์ (หากมี)
เป็นทั้งการล้างอาถรรพ์และเสริมมงคลชีวิตในครั้งเดียวต่อจากนั้น เช็ดตัวให้แห้งแล้ว สวมใส่เสื้อผ้าที่เตรียมไว้

สิ่งสำคัญในการขอขมาให้สำเร็จสมบูรณ์นั้นคือ

พิธีการขอขมากรรมนั้นจะสำเร็จผล จะต้องประกอบด้วยผู้ขอขมากรรมและผู้ให้อโหสิกรรม ผู้ขอขมากรรม ก็คือเรา เราจะต้องกระทำให้ครบทั้ง 3 ทางคือ กาย วาจา และใจ วิธีการก็คือ ขอให้พ่อ และแม่ของ เรามานั่งที่เก้าอี้แล้วเราก็เอากะละมังใส่น้ำมา เอาเท้าพ่อและแม่ (ทีละคน) แช่ลงในน้ำแล้วเอามือล้าง ให้สะอาดจนเสร็จ แล้วนั่งคุกเข่าพนมมือตั้งใจแล้วพูดออกเสียง แล้วพ่อและแม่จะต้องกล่าวคำว่า “ให้อโหสิกรรม” จากนั้นเราก็เอาน้ำล้างเท้าพ่อแม่เรานั่นเหละมาล้างหน้าลูบหัว เป็นอันเสร็จพิธี

วิธีที่กล่าวมาทั้งหมดนี้นัยว่าเป็นเคล็ดของสวรรค์ และน้ำล้างเท้าบิดามารดานี้ศักดิ์สิทธิ์มากๆ สำหรับลูก โบราณจารย์ถือเคล็ดนี้ เป็นการแสดงความนอบน้อมกตัญญุตาสมาลาโทษกรรม เพื่อชำระจิตที่เคยประมาทพลาดพลั้งไว้ต่อผู้มีพระคุณ ผ่านการคารวะกรรมต่อบุพพการีผู้เสมือนพระอรหันต์ประจำตัวเรานั่นเอง

อ่านต่อเพิ่มเติม>>>อานุภาพเหล็กไหล

 

ดูบอล123

UFABET

บทความเพิ่มเติม