อานุภาพเหล็กไหล ประวัติ ความหมายของธาตุศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้

อานุภาพเหล็กไหล เหล็กไหลที่ต่างก็มีความเชื่อกันมายาวนาน ที่เล่าขานเป็นตำนานกันมารุ่นสู่รุ่น และมีความเชื่อกันว่าเป็นธาตุ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งในประเทศมาเลเซียมีชื่อเรียกว่า บีอซีรีเละ เหล็กไหลเป็นโลหะธาตุที่มีความลี้ลับพิสดาร แปลกประหลาดมหัศจรรย์แตกต่างไป จากโลหะธาตุทั้งปวง จึงได้ถูกจัดอยู่ในฐานะ “ธาตุกายสิทธิ์” ที่มีชีวิตจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นไปตามวิบากของกฎแห่งกรรม ที่บันดาลให้วิญญาณ ในสังสารวัฏมาปฏิสนธิ ในสภาวะที่เป็นโลหะธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์มี อิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติทั่วไป

ดังนั้น “เหล็กไหล” จึงถือเสมือนหนึ่งเป็น “สัตว์โลกที่มีชีวิต” เผ่าพันธุ์หนึ่งในโลก เพราะเหล็กไหลมีทั้งตัวผู้ และตัวเมีย สามารถเคลื่อนไหวได้ เสพบริโภคน้ำผึ้งเป็นอาหาร มีการขับถ่ายออกมาได้ ซึ่งเรียกกันว่า ขี้เหล็กไหล นอกจากนี้ยังสามารถเสพกามได้ แต่เป็นการเสพกามกัน ทางกระแสจิตวิญญาณ เพราะเพียงแต่มีความรู้สึกใคร่ในกามารมณ์ ก็สามารถบรรลุจุดสุดยอดได้ในทันที โดยไม่ ต้องมีการถูกต้องสัมผัสกัน และชอบพักผ่อนหลับนอนในสถานที่สงบตามถ้ำ

เหล็กไหลมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เชื่อกันแพร่หลายที่สุดนั้น จะฝังตัวอยู่ในถ้ำมีลักษณะสีดำคล้ายนิล ลนไฟให้ยืดได้ อานุภาพเหล็กไหล เชื่อกันว่าในการไปเอาเหล็กไหลนั้น จะต้องใช้น้ำผึ้งชโลมก้อนเหล็กไหลแล้ว ใช้ไฟลนเหล็กไหลถึงจะยืดออก มากินน้ำผึ้งไปพร้อมกับเล่นไฟด้วย แล้วก็ลนไฟไปกระทั่งทั้งเหล็กไหล ยืดออกมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งบางเท่าเส้นด้ายถึงจะตัดขาด (ทั้งนี้ในการไปตัดเหล็กไหลนั้น กล่าวกันว่าคนธรรมดานั้นไม่สามารถ ตัดเหล็กไหลเองได้

เนื่องจากมีเทพเจ้า เจ้าป่า เจ้าเขา พญานาคหรือยักษ์รักษาอยู่ และพร้อมจะเข้าทำร้ายผู้เข้าไปเอาได้ถ้าผู้นั้น ไม่ใช่คนดีมีบุญหรือ มีวิชาอาคมแกร่งกล้าพอ และตัวเหล็กไหลนั้น ก็มีฤทธิ์ขัดขืนคนที่เข้าไปเอาได้ด้วย เช่นกล่าวว่าเคยมีคนเข้าไปตัดเหล็กไหลแล้ว เอามือไปจับเหล็กไหลแล้ว มีอาการคล้ายถูกฟ้าผ่าหรือถูกไฟฟ้าแรงสูงดูดเป็นต้น) เหล็กไหลที่ได้นี้กล่าวกันว่า มีความศักดิ์สิทธิ์มากมักฝังไว้ตามตัว ผู้ที่ครอบครองกล่าวกันว่าจะไม่มีอะไร ที่ทำร้ายผู้ที่ครอบครองตัวเหล็กไหลได้ทั้งมีด ปืน หรือแม้กระทั่งระเบิด ดินปืนทุกชนิดไม่สามารถจุดติดได้ ในอาณาเขตที่มีเหล็กไหลอยู่

ในความเชื่ออนุภาพของเหล็กไหล ยังแบ่งเป็นสามระดับหรือสามชนิด คือ

  • ระดับแรก ตัวเหล็กไหลเอง แวววาว เป็นส่วนที่ลนไฟให้ยืดได้ เป็นส่วนที่มีอิทฤทธิ์มากที่สุด เช่น เหล็กไหลปีกแมลงทับ หรือเหล็กไหลโกฐปี เหล็กไหลเงินยวงหรือเหล็กไหลชีปะขาว เหล็กไหลเพชรดำ เหล็กไหลท้องปลาไหล
  • ระดับสอง รังเหล็กไหล มีลักษณะแวววาวรองจากตัวเหล็กไหล ไม่สามารถลนไฟให้ยืดได้ เป็นส่วนที่ห่อหุ้มตัวเหล็กไหลไว้ เป็นฐานรองเหล็กไหลแข็งแน่นติดกับผนังถ้ำ เช่น โคตรเหล็กไหล แร่เกาะล้าน แร่เม็ดมะขาม เหล็กไหลทรหด
  • ระดับสาม ขี้เหล็กไหล มีลักษณะคล้ายน้ำตาเทียน ดำด้าน แข็งแต่ทุบให้แตกได้ง่าย เกิดจากการที่เหล็กไหลเคลื่อนผ่านทางนั้นแล้ว เกิดขี้เหล็กไหลขึ้นมากล่าวว่าแทบไม่มีฤทธิ์ใด ๆ

ในแง่วิทยาศาสตร์ เหล็กไหลก็คือโลหะหรือวัสดุอื่น ที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเช่นอุกกาบาตจากนอกโลก ซิลิเกตจากใต้โลก และที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นเช่นปรอท แกลเลียม ซึ่งสามารถหลอมเหลวได้ในอุณหภูมิห้อง หรือโลหะผสมอื่น ๆ สีสันที่ดูเหมือนสีรุ้งเกิดขึ้นจากการแทรกสอดในฟิล์มบาง (thin-film interference) คือการแทรกสอดของแสงที่สะท้อนออกมาจากเนื้อวัตถุ

แต่อีกความเชื่อเหล็กไหลจัดเป็นสัตว์ที่ประเสริฐ เผ่าพันธุ์หนึ่งของโลก จัดอยู่ในจำพวกเทพ แต่เป็นเทพที่ มาชดใช้วิบากกรรมในโลกมนุษย์ ดังนั้นจึงทำให้มีพวก ยักษ์ คนธรรพ์ ครุฑ นาค คอยให้ความอารักขาอีกทีหนึ่ง เหล็กไหลงอกจึงมีถิ่นกำเนิด และบารมีที่แตกต่างกันไป ตามเผ่าพันธุ์และวรรณะ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ และสมมุติเรียกหาเพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้นเท่านั้น เช่น

อานุภาพเหล็กไหล โคตรเหล็กไหลหรือเหล็กไหลงอก

เหล็กไหลงอกเป็นเหล็กไหลชั้นรอง คือแข็งตัวไปตามธรรมชาติแล้ว แต่สามารถงอกออกมาได้ เหล็กไหลงอกที่ขึ้นชื่อที่พบมากมาจาก 3 แหล่งใหญ่ในประเทศไทยคือ
1. เขาอึมครึม จ. กาญจนบุรี (ของทางร้านเอามาจากที่นี่ )
2. เกาะล้าน พัทยา
3. อ.ลอง จ.แพร่ ที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าตับเหล็กเมืองลอง
4. อ. ปราสาท จ.สุรินทร์และตามชายแดนเขตไทยพม่าอีกหลายแห่ง

เหล็กไหลงอกมีลักษณะการงอกเหมือนเม็ดไข่ปลาสีดำอมเขียว มีหลายสีสัน เช่น สีรุ้ง สีดำอมเขียว สีดำอมแดง สีดำผสมเงิน เป็นต้น มักมีดวงวิญญาณของเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลรักษามากมาย ทั้งเทพ คนธรรพ์ และพญานาค หรือมีญาณของพระฤๅษีที่มีตบะวิชาแรงกล้า

หากต้องการให้เหล็กไหลเปลี่ยนสีเป็นปีกแมลงทับ อานุภาพเหล็กไหล ควรนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกบ่อยๆ และนั่งสมาธิให้ทุกวัน เหล็กไหลจะค่อยๆ งอกและมีการเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ

เหล็กไหลงอก เป็นอีกหนึ่งในบรรดาเหล็กไหลชั้นยอด มีอิทธิฤทธิ์ในด้านต่างๆ เหมือนเหล็กไหลชนิดอื่นๆ เช่นกัน จึงเป็นที่มาแห่งสุดยอดเหล็กไหลบารมี เลยก็ว่าได้ เหล็กไหลมีอิทธิคุณทุกด้าน ทั้งเสน่ห์ เมตตามหานิยม คุ้มครองชีวิตผู้เป็นเจ้าของ ป้องกันภูตผีปีศาจ ให้โชคลาภ เงินทองไหลมาเทมาค้าขายร่ำรายเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี แคล้วคลาดจากภัยต่างๆ ทั้งปวง เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญญาณบารมี มีอนุภาพ 108 ประการ เหล็กไหลงอกนั้นมีทั้งเทพพรหม ฤาษี คอยรักษาดูแลอยู่ ด้วยอานิสงส์จากการบูชาเหล็กไหลงอก มีคุณค่าอเนกอนันต์จึงทำให้ผู้รู้หลายท่านพยายาม ตามหาเหล็กไหลชนิดนี้ไว้ครอบครอง แต่ก็หาได้ยากเพราะในธรรมชาตินั้นมีน้อยมาก ผู้ที่ได้เหล็กไหลชนิดนี้ไว้ครอบครองนับว่าเป็นผู้มีบุญบารมีสูงอย่างยิ่ง

ด้วยพลังอำนาจที่มีอยู่ในตัวเหล็กไหลผู้ที่มีไว้ครอบครองจะประสบความสำเร็จในชีวิตนานัปการ เหล็กไหลนั้นโคตรเหล็กไหลย้อย  ย่อมอยู่เหนืออำนาจเงินอันเป็นเพียงของสมมติบัญญัติของมนุษย์ การมีเงินไม่ใช่ปัจหลักในการที่จะได้มาซึ่งของวิเศษ ผู้ที่ครอบครองเหล็กไหลจะต้องเป็นคนดีมีศิลธรรมด้วยอีกทั้ง จะต้องมีความเชื่อและศรัทธาในเหล็กไหลอย่างแท้จริง เหล็กไหลงอกสามารถเปลี่ยนสิ่งชั่วร้ายเป็นสิ่งดีๆ เปลี่ยนจิตใจคนได้จากร้ายกลายเป็นดีได้เช่นกัน ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง กันภูตผีปีศาจ กันดวงตก ดวงชงดวง ชะตาขาด กันการชงตามงานศพ งานแต่ง ธาตุกายสิทธิ์ชนิดนี้ มีอิทธิคุณในตัว อาจารย์หรือผู้รู้นิยมนำธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหลชนิดนี้มาทำน้ำมนต์รักษาโรคภัยต่างๆ อานุภาพเหล็กไหล เหล็กไหลงอกมีพลังอำนาจครอบจักรวาลประหนึ่งแก้วสารพัดนึก แต่สิ่งที่จะอธิษฐานใดๆ นั้นจะสำเร็จหรือไม่มากน้อยเพียงใด โดยจะไม่เกินอำนาจของกฎแห่งกรรมตามอำนาจวาสนาเฉพาะของคนๆ นั้น

อานุภาพเหล็กไหล

วิธีบูชาเหล็กไหลเข้าบ้าน

1. จุดธูป 12 ดอก บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางที่บ้าน
2. จัดชุดบายศรีหรือดอกไม้สีขาว จำนวน 3 ดอก ก็ได้ (ดอกมะลิ)
3. น้ำผึ้งถวาย 1 ถ้วย วางด้านข้างไม่ต้องแช่ เหล็กไหลจะเสพกลิ่นเสพรสเอง
4. จุดธูป 5 ดอก เทียน 1 แท่ง ดอกไม้สีขาว 3 ดอก แล้วกล่าวอัญเชิญเหล็กไหลเข้าบ้าน จัดที่อัญเชิญขึ้นไว้
ในที่อันควร
5. วันพระ 15 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวงให้นำเหล็กไหลออกมาอาบแสงจันทร์เพื่อเพิ่มพลัง แล้วถวายน้ำผึ้ง
คาถาบูชา เหล็กไหล
ตั้งนะโม 3 จบ
*พุทโธเมนาโถ ธัมโมเมนาโถ สังโฆเมนาโถ
*สะกะพะจะ บูชาจะมหาบูชา *ขอบูชาท่านผู้ดูแลรักษาธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ ทรงฤทธิ์อานุภาพนี้
*อิสะวาสุ อิติปิโส ภะคะวา
เหล็กไหลเจริญมา เจริญยิ่ง เจริญดี สิ่งดี ๆ ทั้งหลายจงหลั่งไหลเข้ามาหาแก่ตัวข้าพเจ้า
*สัมมะ สัมมา สัมมา สัมมะ มะอะอุ
*นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ
(สวด 3 จบ ทุกๆ วัน ก่อนออกจากบ้านเสมอ)
พระคาถาคุ้มกันภัย
กุกุสันโท โมสันทะนะ พุทโธ นะโมพุทธายะ
นะอุดโมอัด พุทยัด ยะปิด
จุดธูป 5 ดอก สวด 7 จบ อัญเชิญเหล็กไหลนำติดตัวไปด้วยเพื่อคุ้มครองปกป้องปลอดภัยแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
พระคาถาอาราธนาบารมีเหล็กไหล
จิ เจ รุ นิ เต ชะ สะ ติ
วายุละภะ ภะเวสัจเจเอชิมะ
อะปานุติ ปะถาวิยัง
พระคาถาศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นของหลวงปู่คำระนิง จุลมณี แห่งวัดถ้ำคูหาสวรรค์ อำเภอโขงเจียม จังหวัด
อุบลราชธานี พระคาถาอาราธนาบารมีเหล็กไหลนี้เป็นการอาราธนาธาตุทั้ง 4 คือ จิต เจตสิก รูปและนาม
อิทธิคุณของการสวดพระคาถาบทนี้เป็นการเพิ่มบารมีให้แก่องค์เหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์เพราะเป็นการอาราธนา
อำนาจทั้ง 4 และรูปนามองค์เหล็กไหลให้มีพลังแก่กล้า
พระคาถาอาบแสงจันทร์ถวายน้ำผั้ง
นะมะอะอุ ภะโมอาหัง อรหังพุทโธ นะโมพุทธายะ
เหล็กไหลจงส่องสว่างดั่งดวงจันทร์
จันทโท ปารานะโสยะถา
เหล็กไหลจงเปล่งประกายดั่งแก้วมณี
มณีโชติระโสยะถา
ขอเหล็กไหลจงมีความเจิดจ้าดุจดังแสงแห่งแก้วมณีโชติด้วยเทอญฯ

อ่านต่อเพิ่มเติม>>>หวยมังกรฟ้า

 

ดูอนิเมะออนไลน์

ทางเข้าufabet

บทความเพิ่มเติม