ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อเสือ มีฐานะเป็นเทพเจ้าชั้นรอง แต่ก็เป็นที่นิยมกราบไหว้

ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ

ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ เป็นศาลเจ้า ที่ประดิษฐานเฮี้ยงเทียนเซียงตี่, เจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู, และ เจ้าแม่ทับทิมส่วนคนไทยเรียกศาลเจ้าพ่อเสือ คนจีนเรียกว่า “ตั่ว เหล่า เอี้ย” ศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้ อยู่ในย่านเสาชิงช้า ทุกเทศกาลสำคัญเรียกได้ว่าบริเวณนี้ เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มากราบสักการบูชา หลายครอบครัวต่างพากันมาขอพรกัน เพื่อนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ตัวเอง และสมาชิกในครอบครัว ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาด

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงต้องมีช่วงเวลาขาลงของชีวิตกันบ้าง บางคนอาจจะอกหักรักคุด การเงินไม่รุ่ง การงานก็ร่วงดิ่งเหว โดนเจ้านายบ่นอยู่ทุกวี่ทุกวัน จะติดต่องานการทำธุรกิจอะไรก็ดูจะมีอุปสรรคไปเสียหมด แค่จะออกไปซื้อข้าวกินหน้าปากซอยก็ยังโดนหมาไล่กัดเอาซะอย่างนั้น ยิ่งโควิดกลับมาระบาดอีกรอบ ก็ต้องหาที่พึ่งทางใจ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ด้วยความศรัทธาเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลนะคะ

เพราะฉะนั้นไปไหว้พระเสียบ้างก็คงจะดี ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ แม้ว่าอาจจะดูเป็นทางสายมูเตลูไปสักนิด แต่ถ้าได้ทำแล้วสบายใจ ก็ทำไปเถอะค่ะ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่อยากให้ไปไหว้เผื่อขอเลข ขอโชคลาภกลับบ้านมากันบ้าง ไหว้เพื่อเสริมอำนาจบารมี ในด้านการงานก็ยังได้ มาเพื่อขอพรอยากให้ชีวิตขาขึ้นกับเขาบ้างก็พอ ก่อนอื่นเรามารู้ถึงประวัติของศาลเจ้าพ่อเสือนี้กันก่อนดีกว่า

สถานที่ตั้งของศาลสร้างขึ้นมานานแค่ไหน

ได้เปิดมากว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งผู้คนที่พากันมากราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมากนั้น ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะต้องถูกย้ายที่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ทำให้ความศรัทธาของผู้คนลดน้อยลงเลย ซึ่งการย้ายมาตำแหน่งล่าสุดนี้ อันเป็นตำแหน่งทางสามแพร่ง ที่เราทราบกันดีว่า เป็นบริเวณที่มีพลังมาก จึงทำให้ศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น

เป็น ศาลที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย แต่เดิมตั้งอยู่ถนนบำรุงเมือง หลังจากการนั้นมีการขยายถนนในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงทำให้ต้องมีการย้ายศาลเจ้าพ่อเสือมาไว้ ณ บริเวณ ถนน ตะนาว จนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่เลขที่ 468 ถนนตะนาว ในบริเวณที่ตัดกับถนนอุนากรรณ ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เป็นศาลเจ้าชาวจีนแต้จิ๋ว (สายลัทธิเต๋า) ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุด แห่งหนึ่งในเมืองไทย สร้างตามรูปแบบศาลเจ้า ที่นิยมทางภาคใต้ของจีน ทั้งนี้เจ้าพ่อเสือก็เป็นเทพ ที่ประชาชนทั้งชาวจีน และชาวไทยให้ความเคารพกราบไหว้มาก ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ โดยเฉพาะคนที่มีลูกน้องบริวารมาก ๆ ต้องการเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง โชคลาภ และที่กำลังมีคดีความต้องขึ้นศาล

ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ตำนานเล่าขานศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า

โดยศาลเจ้าพ่อเสือเดิม มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ปีที่ก่อสร้างตรงกับ พ.ศ. 2377 มีความเกี่ยวเนื่องกับวัดมหรรณพาราม ตามตำนานที่ได้เล่าขานเรื่องของ เจ้าพ่อเสือเล่ากันว่า ยายผ่องและนายสอน สองแม่ลูกที่มีชีวิตลำบาก ด้วยความยากจนทุก ๆ วันนายสอนจะต้องเข้าป่า ไปเก็บของป่ากลับมาให้มารดาเสมอ วันหนึ่งนายสอนได้ออกหาของป่าเหมือนทุกวัน ๆ แต่วันนี้ของกลับหายาก จึงต้องเดินลึกเข้าไปในป่า เขาได้พบกับซากกวางพึ่งตายใหม่ ๆ เขารู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีเสือ ผู้เป็นเจ้าของซากกวางอยู่บริเวณนี้เป็นแน่

แต่ด้วยความกตัญญู นายสอนได้รำลึกถึงมารดา เขาอยากให้มารดาได้รับประทานเนื้อกวางนี้ จึงได้เข้าไปตัด ตัดมาได้ก้อนหนึ่งเสือที่ซุ่มอยู่ ได้กระโจนเข้ามากัดนายสอน ขย้ำได้แขนของนายสอนไปข้างหนึ่ง และกระโจนจากไป นายสอนจึงค่อยตะเกียกตะกายกลับไปหามารดา แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยใจที่รำลึกถึงมารดา เขาได้พาตัวเองกลับมาถึงบ้านได้ เมื่อยายผ่องผู้เป็นมารดาเห็นสภาพบุตรชาย จึงรีบถลาเข้ามา นายสอนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง จากนั้นจึงสิ้นใจ ยายผ่องโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากได้นำเรื่อง

ไปแจ้งแก้นายอำเภอเพื่อให้ช่วยตามเสือร้ายนั้นมาลงโทษ นายอำเภอเห็นใจและรวมตัวกับปลัด ไปออกตามหาเสือร้ายตัวนั้น หาเท่าใด ๆ ก็ไม่พบ ปลัดจึงไปยังวัดมหรรณพาราม ไปอธิษฐานหลวงพ่อบุญฤทธิ์ และ หลวงพ่อพระร่วง (พระประธานใหญ่ในวัดมหรรณพาราม ) หลังจากนั้นปลัดได้พบเสือนอนหมอบให้จับอย่างง่ายดาย

เมื่อจับเสือได้ จึงนำตัวมันมาตัดสินประหารชีวิตมัน เสือตัวนี้มิได้ขัดขืนแต่อย่างใดและน้ำตาได้ไหลรินออกมาจากนัยย์ตาเสือตัวนั้น จนยายผ่องเกิดความสงสาร จึงขอให้ยกเลิกประหารชีวิตเสือตัวนี้ แล้วยายผ่องได้นำเสือตัวนี้ มาเลี้ยงแทนบุตรชายที่เสียไป

ซึ่งเสือตัวนี้ได้กลายเป็นเสือที่เชื่อง เชื่อฟังยายผ่องด้วยความรัก คอยเฝ้าบ้านเฝ้าเรือนให้ยายผ่อง เมื่อยายผ่องเสียชีวิตไป เจ้าเสือเกิดอาการตรอมใจและเมื่อเผาร่างของยายผ่อง เสือตัวนี้ได้กระโจนเข้าไปในกองไฟด้วยสำนึกใจคุณของยายผ่อง สร้างความสลดใจแก่ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างศาล ข้างวัดมหรรณพาราม โดยปั้นรูปเสือไว้ พร้อมนำเถ้ากระดูกของมันมาไว้ใต้แท่น และทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณเสือมาสถิตย์ไว้ เพื่อปกป้องคุ้มครอง และสร้างความเจริญแก่ผู้นับถือ

สิ่งของที่ควรนำไปไหว้มีอะไร

คนส่วนมากที่มากราบไหว้ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ก็เพื่อมาขอพรในเรื่องของการงาน การเงิน และโชคลาภต่าง ๆ แต่คนที่ไม่คุ้นเคยกับศาลเจ้า หรือเพิ่งเคยมาไหว้เป็นครั้งแรก ก็อาจจะงง ๆ กับธรรมเนียมการไหว้ ไม่รู้จะไหว้องค์ไหนก่อน เพราะมีเทพหลายองค์ทีเดียวภายในศาล หรือจะปักธูป ปักเทียนตรงไหนก่อนดี เรื่องนี้ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะบริเวณหน้าศาลเจ้า ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายเครื่องเซ่นไหว้เจ้าพ่อเสือ เมื่อเราไปซื้อเครื่องเซ่นไหว้ จากร้านของเขา บางร้านจะถามว่าไหว้เป็นหรือไม่ หากไหว้ไม่เป็นก็จะมีคนพาเข้าไป และแนะนำวิธีการไหว้ต่าง ๆ ให้

เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยมาศาลเจ้าพ่อเสือครั้งแรก จึงขอให้แม่ค้าที่ร้านช่วยพาเข้าไปที แม่ค้าก็แสนจะใจดี พาเข้าไปไหว้ โดยไม่เกี่ยงงอน และยังช่วยอธิบายข้อสงสัยต่างๆ ของฉัน ตั้งแต่เรื่องวิธีการสักการะเทพเจ้าต่าง ๆ ที่จะต้องไหว้ด้วยธูป 18 ดอก เทียนแดง 1 คู่ และพวงมาลัย 1 พวง หลังจากจุดเทียนแล้วก็จุดธูปทั้ง 18 ดอก แบ่งไปปักที่กระถางธูปหน้าเทวดาฟ้าดิน จากนั้นก็ปักที่กระถางธูปของเจ้าพ่อใหญ่ หรือตั่วเล่าเอี๊ยกง ประธานในศาล เจ้าพ่อเสือ เทพเจ้าโชคลาภ หรือไฉ่ซิ้งเอี๊ย และทหารสองนาย อยู่ด้านหน้าประตูศาล

วิธีสักการะ

เทียนแดง 1 คู่ ธูปทั้งหมด 18 ดอก (หากท่านนำพวงมาลัย กระดาษไหว้ หมูสามชั้น หรือไข่ มาถวาย ให้นำไปจัดตั้งให้เรียบร้อยตามจุดต่าง ๆ โดยหมูสามชั้นและไข่ ตั้งถวายที่เจ้าพ่อเสือเท่านั้น ห้ามตั้งตรงอื่นเด็ดขาด)

จุดไหว้มีทั้งหมด 8 ที่สำคัญ ได้แก่

1. ทีกง เทพยดาฟ้าดิน
2. ตั่วเหล่าเอี๊ยกง (เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่ องค์ประธาน)
3. เจ้าพ่อเสือ (ซ้ายสุด)
4. เจ้าพ่อกวนอู ไฉ่ซิงเอี้ยกง (ขวาสุด)
5. เทพเจ้าเห้งเจีย
6. เสด็จพ่อปิยมหาราช
7. องครักษ์เจ้าพ่อข้างประตูขวา
8. องครักษ์เจ้าพ่อข้างประตูซ้าย

ส่วนการสักการะเจ้าพ่อเสือนั้น จะมีเครื่องเซ่นต่างหาก โดยจะประกอบด้วยหมูสามชั้น ไข่ดิบ และข้าวเหนียวหวาน พวงมาลัย และกระดาษเงินกระดาษทอง สำหรับเผาไหว้เจ้า เมื่อไหว้ขอพรจากเจ้าพ่อเสือ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการงาน ใครอยากให้การงานของตัวเองรุ่ง หรืออยากให้อุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตหมดไป ก็อธิษฐานขอกับเจ้าพ่อเสือได้ จากนั้นก็ยื่นเครื่องไหว้เหล่านี้ ให้เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่บริเวณนั้น ซึ่งเขาก็จะรับเอาเครื่องไหว้นั้นไปยื่นใกล้ ๆ กับปากของเจ้าพ่อเสือเหมือนเป็นการถวาย แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะพูดว่า “เฮงๆๆ” แก่เรา แล้วก็ส่งกระดาษกลับคืนมาให้ แล้วเอาไปเผาตรงด้านหน้าศาล เป็นอันเสร็จพิธีไหว้

ไหว้เสร็จแล้วก็อย่าลืมชมความงามต่าง ๆ ในศาลเจ้าก่อนกลับ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายใน และโบราณวัตถุที่ประดับอยู่ภายในศาลเจ้านั้น เช่น ลวดลายปูนปั้น หรือกระเบื้องเคลือบสี หรือกระถางธูปต่าง ๆ บางชิ้นมีอายุกว่า 100 ปีเลยทีเดียว จึงถือว่าสถานที่แห่งนี้ มีคุณค่าทั้งทางด้านสถาปัตยกรรม และมีคุณค่าทางด้านจิตใจ แก่ผู้คนที่ศรัทธาอีกด้วย แต่ที่สำคัญอย่าลืมขอพร กราบเท้าพระในบ้านอย่างพ่อกับแม่ด้วย เพราะนี่ถือเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตแล้ว

“ศาลเจ้าพ่อเสือ” ตั้งอยู่ที่ 468 ถ.บ้านตะนาว แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าไปสักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 17.30 น. มีรถประจำทางสาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96 ผ่าน

อ่านต่อเพิ่มเติม>>>สงกรานต์รดน้ำ

ดูอนิเมะออนไลน์

UFABET

บทความเพิ่มเติม